นักเรียนคิดหรือรู้สึกอย่างไรต่อวิธีที่ตัวละครเรียนรู้เรื่องขอบเขตร่างกายของตน
แผนจิตศึกษา: เส้นที่เราเป็นคนขีด
แก่นของเรื่อง:ทุกคนมีสิทธิในร่างกายและขอบเขตส่วนตัวของตน การรับรู้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย การปฏิเสธ และการขอความช่วยเหลือเป็นการดูแลตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น
เป้าหมายของแผน:ระดับต้น ฝึกสติ การใคร่ครวญ เคารพคุณค่าตนเองและคนอื่น เห็นความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ · ระดับกลาง - Leading Self 2.1 มีวิจารณญาณเชิงจริยธรรมในการเลือกกระทำสิ่งถูก ช่วยเหลือคนอื่น สิ่งอื่น (ความกรุณา) การไม่ดูดาย และสามารถให้เหตุผลอย่างสมเหตุสมผล
1ขั้นเตรียมสภาวะจิต (ฝึกโหมดรู้ (สติ) จดจ่อเพื่อการใคร่ครวญ)
ครูและนักเรียนนั่งเป็นวงกลม ไหว้ทักทายกันอย่างนอบน้อม ทำ Brain Gym แบบสลับข้างช้า ๆ แล้วกลับมารับรู้ลมหายใจเข้า–ออกและความรู้สึกของตนประมาณ 1 นาที
2ขั้นกิจกรรม 10–15 นาที
2.1 ขั้นชง
ครูเปิดคลิปต้นฉบับเรื่อง “สัมผัสปลอดภัยและไม่ปลอดภัย” ให้นักเรียนชม แล้วชวนทบทวนว่ามีสถานการณ์ใดบ้างที่ตัวละครรู้สึกปลอดภัยหรือไม่สบายใจ
2.2 ขั้นเชื่อม
2.2.1 เชื่อมตนเอง
ถ้านักเรียนเป็นเด็กในคลิป นักเรียนคิดว่าความรู้สึกใดอาจบอกว่าเหตุการณ์นั้นไม่ปลอดภัย
ที่ผ่านมา นักเรียนเคยต้องบอกขอบเขตของตนหรือเคารพคำปฏิเสธของผู้อื่นในเหตุการณ์ใกล้ตัวหรือไม่ อย่างไร
ในปัจจุบัน เราจะสังเกตและเคารพขอบเขตของกันและกันได้จากคำพูด ท่าที หรือสัญญาณใดบ้าง
2.2.2 เชื่อมกันและกัน
นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก เกิดมุมมองใหม่ มุมมองต่าง ครูร่วมสนทนาในประเด็นมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เรียน
2.3 ขั้นใช้
สถานการณ์ซับซ้อนเพื่อฝึกการตัดสินใจเชิงจริยธรรม การนำตนเอง และใช้ได้จริงในชีวิต (อนาคต)
ถ้ามีคนสัมผัสหรือชวนทำสิ่งที่ทำให้นักเรียนไม่สบายใจ นักเรียนจะปฏิเสธ ออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากใครอย่างไร (ใคร่ครวญคำถามลงในสมุดจิตศึกษา)
3ขั้นจบ (1–3 นาที · ขอบคุณผู้อื่นหรือสิ่งต่าง ๆ และ Empower กันและกัน)
Empower ครูและนักเรียนนำสู่การขอบคุณ ขอบคุณความคิดเห็นที่พี่ ๆ แลกเปลี่ยนกันในวันนี้ และชื่นชมความตั้งใจของทุกคน
การประเมิน
สังเกตการจดจ่อและรับฟัง การอธิบายความคิดโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในสื่อ การมองจากหลายมุม การเชื่อมโยงประสบการณ์ และการเสนอวิธีนำแก่นเรื่อง “ทุกคนมีสิทธิในร่างกายและขอบเขตส่วนตัวของตน การรับรู้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย การปฏิเสธ และการขอความช่วยเหลือเป็นการดูแลตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น” ไปใช้กับสถานการณ์ใกล้ตัว