นักเรียนคิดหรือรู้สึกอย่างไรเมื่ออาหลงอยากหยุดเรียนเพราะตามเพื่อนไม่ทัน
แผนจิตศึกษา: ก้าวที่ยังเคลื่อน
แก่นของเรื่อง:ความเร็วของการเรียนรู้แต่ละคนไม่เท่ากัน การก้าวเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องมีความหมายมากกว่าการหยุดเพราะเปรียบเทียบตนกับผู้อื่น
เป้าหมายของแผน:ระดับต้น ฝึกสติ การใคร่ครวญ เคารพคุณค่าตนเองและคนอื่น เห็นความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ · ระดับกลาง - Leading Self 2.2 มีวิจารณญาณในการตัดสินใจ นำตนเองให้สามารถเข้าใจความหลากหลาย และความแตกต่างของแต่ละบุคคล
1ขั้นเตรียมสภาวะจิต (ฝึกโหมดรู้ (สติ) จดจ่อเพื่อการใคร่ครวญ)
ครูและนักเรียนนั่งเป็นวงกลม ไหว้ทักทายกันอย่างนอบน้อม ทำ Brain Gym แบบสลับข้างช้า ๆ แล้วกลับมารับรู้ลมหายใจเข้า–ออกและความรู้สึกของตนประมาณ 1 นาที
2ขั้นกิจกรรม 10–15 นาที
2.1 ขั้นชง
ครูอ่านนิทานต้นฉบับเรื่องอาหลงจากไฟล์แนบให้นักเรียนฟัง แล้วชวนทบทวนว่าอาหลงรู้สึกต่อการเรียนอย่างไรและอาจารย์ใช้เต่าสื่อความหมายอะไร
2.2 ขั้นเชื่อม
2.2.1 เชื่อมตนเอง
ถ้านักเรียนเป็นอาหลง นักเรียนคิดว่าภาพเต่าที่ค่อย ๆ เดินไปถึงสระอาจเปลี่ยนความคิดของตนอย่างไร
ที่ผ่านมา นักเรียนเคยเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นหรือใช้เวลานานกับบางเรื่องหรือไม่ แล้วตนเองก้าวต่ออย่างไร
ในปัจจุบัน เราจะแยกได้อย่างไรว่าตนกำลังก้าวช้า กำลังพัก หรือกำลังหยุดเพราะหมดกำลังใจ
2.2.2 เชื่อมกันและกัน
นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก เกิดมุมมองใหม่ มุมมองต่าง ครูร่วมสนทนาในประเด็นมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เรียน
2.3 ขั้นใช้
สถานการณ์ซับซ้อนเพื่อฝึกการตัดสินใจเชิงจริยธรรม การนำตนเอง และใช้ได้จริงในชีวิต (อนาคต)
ถ้านักเรียนมีเรื่องหนึ่งที่ยังทำไม่คล่อง นักเรียนจะกำหนดก้าวเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง ขอความช่วยเหลือ และติดตามความก้าวหน้าอย่างไร (ใคร่ครวญคำถามลงในสมุดจิตศึกษา)
3ขั้นจบ (1–3 นาที · ขอบคุณผู้อื่นหรือสิ่งต่าง ๆ และ Empower กันและกัน)
Empower ครูและนักเรียนนำสู่การขอบคุณ ขอบคุณความคิดเห็นที่พี่ ๆ แลกเปลี่ยนกันในวันนี้ และชื่นชมความตั้งใจของทุกคน
การประเมิน
สังเกตการจดจ่อและรับฟัง การอธิบายความคิดโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในสื่อ การมองจากหลายมุม การเชื่อมโยงประสบการณ์ และการเสนอวิธีนำแก่นเรื่อง “ความเร็วของการเรียนรู้แต่ละคนไม่เท่ากัน การก้าวเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องมีความหมายมากกว่าการหยุดเพราะเปรียบเทียบตนกับผู้อื่น” ไปใช้กับสถานการณ์ใกล้ตัว